Stage 07 : ยอดนักสู้คุชติ(2/2)
(ต่อจากส่วนที่ 2/1)
"ที่ปรึกษาครับ!!" กรรมการจัดการแข่งขันวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องประชุม "มีเรื่องด่วนครับผม"
"อะไรอีกล่ะทีนี้" ที่ปรึกษาฯ ถาม
"ทีมแข่งขันสายบีถอนตัวออกจากการแข่งขันครับผม" กรรมการฯ อธิบายเหตุการณ์ให้ฟัง "ที่เข้าแข่งขันรอบสามทั้งสองทีมครับ เหลือเพียงทีมกัลกีที่ไม่ได้ถอนตัวจากการแข่งครับผม!!"
"ใจเย็นๆ เถอะ" ที่ปรึกษาฯ พยายามสงบสติอารมณ์ "ทุกท่านมีอะไรจะพูดอีกไหม??"
"ผมคิดว่าน่าจะยกเลิกการแข่งครั้งนี้เถอะครับ" กรรมการคนหนึ่งเสนอความเห็น "ไม่อย่างนั้นรอบต่อไปอาจจะมีการเล่นกันแรงมากกว่านี้ก็ได้"
"โครม!!"
ประตูถูกเหวี่ยงออก จู่ๆ เจ้าหน้าที่ของกองกำลังกัลกีและเจ้าหน้าที่อาวุโสเดินเข้ามาด้วยอาการสงบ
"ท่าน!!" ที่ปรึกษากล่าวต้อนรับอย่างเร่งด่วน และไม่เป็นทางการ "โอ้มหาเทพ!!"
"ไม่เป็นไรหรอก" เจ้าหน้าที่อาวุโสกล่าววาจาด้วยสีหน้าอารมณ์ยิ้มแย้ม "เราจะไม่ให้การแข่งขันนี้มีเหตุการก่อการร้ายขึ้นโดยเด็ดขาด"
"เอ่ออ..." คณะกรรมการฯ ในห้องประชุม ไม่กล้าพูดอะไรอีกเลย
"ตอนนี้เราทราบว่ามีการตรวจจับพบความผิดปกติทางเวทมนต์อย่างรุนแรงได้" เจ้าหน้าที่อาวุโสพูดถึงสถานการณ์ล่าสุด "โชคดีมีคนของเราอยู่ในนี้ รวมถึงอาสาสมัครกองกำลังกัลกีด้วย ท่านสบายใจได้เลย"
"ท่าน!!" กรรมการฯ ในห้องประชุมอุทาน
"ตกลง!!" ที่ปรึกษาฯ ตอบรับ ยืนยันเสียงเดิม "การแข่งขันจะยังคงมีต่อไป เลื่อนให้เป็นรอบสุดท้ายเลย!!"
"ทุกคน" พาติลเดินเข้ามาหาพวกปัญจาบ สีหน้าเดี๋ยวอารมณ์ดีเดี๋ยวหกหู่ "มีข่าวดีกับข่าวร้ายจะมาบอก...จะเลือกข่าวไหนก่อนดีล่ะ"
"เอ๋..." ปัญจาบอุทาน เลือกฟังข่าวจากพาติลอยู่ "ข่าวดีสิ...เอาข่าวดีก่อนละกัน"
"ข่าวดีเหรอ??" พาติลตอบรับ มีเอกสารอยู่ในมือ "แข่งรอบที่สามถูกยกเลิก พวกเราได้เข้ารอบสุดท้ายน่ะ"
"มันเกิดอะไรขึ้นหรือ!!" นันทาถาม แทนที่เขาจะร้องไชโยลั่นห้องพักนักกีฬาให้คนอื่นมองมาที่พวกเขาด้วยความงุนงง
"คือว่า..." พาติลพูดต่อ "นักกีฬาทีมอื่นถอนตัวจากการแข่งขันหมดเลย"
"แล้วข่าวดีล่ะ??" หริถามด้วย
"การแข่งรอบสุดท้าย อาจจะได้เจอกับพวกของเมซซี่แน่นอน" พาติลบอกเล่าข่าวร้ายให้ฟัง
"ไม่น่าเชื่อ" กฤษนนท์พูดขยายความเพิ่มเติม "หมายความมว่าพวกเธอต้องเจอกับทีมที่เข้ารอบสายเอล่ะสิ"
"สรุปก็คือ..." ปัญจาบสรุปข่าวที่พาติลได้บอกได้เล่าให้ฟังปิดท้าย "มันก็เป็นข่าวร้ายทั้งคู่นี่ล่ะ"
"เข้าใจแล้ว" เสียงอัคราดังขึ้น "ต้องการที่ะชิงหนังสือต้องสาปด้วยการแข่งขันนี่เอง"
"นายน่ะเพิ่งจะรู้" ปัญจาบสื่อสารกับอัครา "คนอื่นเขารู้กันหมดแล้ว"
"อ้า...อะไรนะ" เสียงอัคราเหมือนตนจะรับไม่ค่อยได้ "ข้าตกข่าวหรือเนี้ย!!"
ในที่สุดพวกเขาก็ย้ายสถานที่แข่งขันมายังสนามกีฬากลางแจ้งอีกครั้ง ข้าวของประจำทีมถูกเรียกออกมาใช้งานเหมือนเดิม ในขณะที่นันทา ปัญจาบ และกฤษนนท์ชโลมน้ำมันมวยทั่วตัวเพื่อบรรเทาอาการก่อนการแข่งขัน ภายในห้องพักนักกีฬาดูจะเงียบเหงาเกินไป เพราะไม่มีนักกีฬาทีมอื่นๆ อยู่ ไม่มีความคึกคัก ไม่มีเสียงอึกทึกเสียงพูดคุยกันเอง แสงสุริยะทอแสงเข้ามายังทางเดินระว่างสนามแข่งกับห้องพักนักกีฬา แต่ดูเหมือนว่าจะส่องแสงไม่ถึงมากนัก ซึ่งเวลานี้คือเวลาช่วงบ่าย อากาศร้อนอบอ้าว สลับกับมีเมฆครึ้มบางส่วน เมื่อพวกเขาได้รับพลังจากอาหารกลางวันมาเต็มที่ ทุกอย่างก็น่าจะพร้อมหมดแล้ว ขาดอยู่สิ่งเดียวก็คือ กำลังใจ
"วิ้ดดดดดดวิ้วววววววว!!"
"เฮ...เฮ!!"
"ท่านผู้ชมครับ!! การแข่งขันมวยปล้ำคุชติครั้งที่สิบ กำลังดำเนินการมาถึงรอบสุดท้ายแล้ว น่าเสียดายจริงๆ ทีมเข้ารอบที่สามนั้นได้ถอนตัวออกจากการแข่งขันไป ผมเองก็ทราบสาเหตุดี แต่ก็ไม่อยากให้คนดูต้องผิดหวังครับ ในเมื่อการแข่งขันกำลังจะมาถึงจุดนี้แล้ว เราก็จะมาเฟ้นหาดูว่า ทีมใดจะได้ครอบครองถ้วยรางวัล พร้อมเหรียญ และเงินรางวัลเมื่อจบการแข่งขัน จะมีแค่ทีมเดียวเท่านั้นที่สามารถล้มฝ่ายตรงข้ามได้หมดจึงจะชนะครับผม"
"บู้วววววว..."
"โหยยยยยย..."
"วู้ววววววว..."
"เฮ...เฮ!!"
"นันทา" หริถามหา
"หือ??" นันทาหันมาด้วยความสงสัย "อะไรอีกล่ะ"
"หมับ!!"
"เดี๋ยว!!" นันทาตกใจ เมื่อหริเดินเข้ามากอดแนบตัวเขา "คุณ!! ทำอะไรน่ะ"
"ห่ะ..."
"ว๊าย!!" พาติลอุทาน ส่วนกฤษนนท์นั้นเก็บอาการสยิวต่อหน้าต่อตาไว้ได้
"เอ่อม..."กฤษนนท์ไม่กล้าจะพูดอะไรอีกแล้ว
จู่ๆ นันทาโดนหริจูบ มือของเธอลูบหลังนันทา อารมณ์ของนันทาตอนนี้ร้อนแรง ท่ามกลางสายตาของปัญจาบกับพาติล มันเกิดอะไรขึ้น พลังของนันทาถูกประจุจนเต็มเปี่ยม เธอปลีกตัวออกจากนั้นทาทันทีเมื่อทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว
"ข้าจะเป็นกำลังใจให้ท่านนะ" หริพูดกับนันทาด้วยความเขิญอาย
"อ๋าาาาาา..." เสียงอัคราดีใจสุดขีดเสียแล้ว
"เพลาๆ ได้ไหมเนี้ยนาย" ปัญจาบพยายามคุมจิตใต้สำนึกไม้ให้อัครากระดี๋กระด๋ามากกว่านี้
"ปัญจาบ..." พาติลถาม "พร้อมหรือยัง??"
"ฉันพร้อมแล้วล่ะ" ปัญจาบอารมณ์คึกคักขึ้น "ชีวิตนี้เดิมพันด้วยหนังสือต้องสาปเท่านั้น"
"ระวังตัวด้วยล่ะ" พาติลยังห่วงปัญจาบเหมือนเดิม "หนังสือต้องสาปตอนนี้อยู่กับฉันแล้ว พวกมันไม่น่าจะรู้หรอก"
"ได้!!"
"ดี!!" กฤษนนท์ก็พร้อมด้วย ทุกคนยื่นมือประสานกัน "เอาชัยชนะมาให้ได้ ครั้งสุดท้ายแล้ว!!"
"กัลกี...สู้!!"
"ครับ... การแข่งขันรอบสุดท้ายนี้จะเป็นการพบกับทีมที่เข้ารอบสายเอ และทีมเข้ารอบสายบี พบกับพวกเขาได้แล้วครับ ทีม...กัลกี จากสายบีครับ!!"
"วู้วววววววว"
"วิ้ดดดดดดด....วิ้ววววววว"
"นั่นคุณกฤษนนท์นี่" ชยาญทีกับรัชตะ ทีมหนุมานั่งชมการแข่งขันอยู่บนอัฒจรรย์
"นันทา กับนายลุตไวด์อุสก็ด้วย" จันฑริกสังเกตุการณ์อยู่ใกล้ๆ และตะโกนเชียร์แข่งกับเสียงที่อึกทึกครึกโครม "เฮ้ยยยยย...ระวังตัวด้วยนะเว้ยยยยยยยย!!"
พลังสุริยะบนท้องนภาทำให้สนามนี้ดูร้อนระอุขึ้น แต่การแข่งขันครั้งนี้กลับร้อนแรงกว่าด้วยซ้ำ ปัญจาบ กฤษนนท์ และนันทา ยืนเรียงหน้ากระดานกันสามคน พร้อมกับพาติล และหริ เสียงโห่ร้องของผู้ชมในสนามดังกึกก้อง
"ปรากฏตัวกันครบทั้งนักกีฬาและพี่เลี้ยงเลยครับ ซึ่งเราจะพบกับทีมที่เข้ารอบสายเอ ซึ่งการเล่นอาจจะดูพิศวงงงงวยกันมาก และทำให้พวกเขาขึ้นมายังรอบสุดท้ายได้อย่างสบายๆ ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงของคณะกรรมการ แต่ก็สามารถผ่านเข้ามาได้ ออกมาแล้วครับ ทีมแบล๊กไนท์!!"
"โอ้ววววววว..."
"โวววววววววว..."
"ฮือฮา!!"
"แบล๊กไนท์!!" ปัญจาบตะลึง เพราะคุ้นหูกับชื่อที่เขาได้พบได้เจอมา "ไม่ผิดแน่..."
"เมซซี่" พาติลเห็นเธอเดินออกมาก่อน ตามหลังมาด้วยนักกีฬาของหล่อน "หล่อนเปลี่ยนไปเยอะเลย"
"ในที่สุดก็เจอพวกเธอจนได้" เมซซี่พูดเสียงสูงๆ ต่ำๆ เหมือนเคย "เธอว์เองคงจะจำได้สินะ"
"แหงล่ะย่ะ!!" พาติลขึ้นเสียง "ถ้าทีมแพ้ ฉันก็ต้องเสียหนังสือต้องสาปให้เธออยู่ดี"
"มันอะไรกันแน่นะ??" นันทาคิดในใจ พวกเขารู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันได้ยังไง โดยที่เขามองเห็นคู่แข่งแล้วต้องตกใจอย่างมาก "เหวอออออ....!!"
"ไง...เจ้าหัวม่วง" เมซซี่พูดกับปัญจาบ น้ำเสียงเธอรุนแรงมาก "เจ้านี่เป็นจอมพลังที่จะมาล้มแกนะ มันชื่อหิรัญยะ...คอยดูละกันว่าแกจะทนได้สักแค่ไหน แล้วถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็มีนักกีฬาอีกคนที่จะคอบเล่นกับแกด้วยล่ะ แต่เขาเล่นแรงนะเธอว์ โฮะโฮะโฮว์"
"เล่นเอาเจ้ายักษ์มาจัดการเลยเหรอวะ!!" เสียงอัคราตื่นตะลึง "แบบนี้มันจะมากไปแล้วนะเฟ้ย!!"
"โห..." กฤษนนท์ไม่เคยเห็นนักกีฬาร่างยักษ์แบบนี้มาก่อน "โอ้มหาเทพ!! ทศกัณฐ์กลับชาติมาเกิดเหรอเนี้ย..."
"ไม่ผิดหวังเลยสำหรับนาย" จู่ๆ อรัญจาก็มาปรากฏตัว "สุดยอดไหมล่ะ??"
"นาย!!" กฤษนนท์พูดกับอรัญจา "นายก็เอากับเขาด้วยหรือ"
"แน่นอน" อรัญจาเย้ยหยั่น "นายอยากจะเอาคืนมั้ยล่ะ??"
"หึยยยยยย!!" กฤษนนท์เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาแล้ว
"โอ้...งานนี้สนุกแน่ครับ มีการเดิมพันอะไรสักอย่างด้วย น่าตื่นเต้นจริงๆ และคราวนี้ ดูสิครับ...กฤษนนท์ต้องมาเจอกับอรัญจากันอีกรอบ แบบว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ กรรมการสนามจัดให้ทั้งสองทีมประจัญหน้าเพื่อเตรียมทำการแข่งขัน เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต้องติดตามชมกันให้ได้นะครับ"
"แก๊งๆๆ!!"
"ฟืมมมมมม..."
"ตรีศูล่าาาาาาาร์!!"
"พลั่ก!!"
"อ๊าาาาากก!!"
"ครืดดดดดด"
"โอววววว"
"ปัญจาบบุกก่อนใครเพื่อน แต่ก็โดนพลังแขนของหิรัญยะ ฟาดเข้าอย่างจัง ร่างกระแทกพื้นปางตายจริงๆ ครับ ตะลุมบอนเหรอเนี้ย"
"ไหวไหม!!" กฤษนนท์ตะโกนถามปัญจาบ
"ไหว!! แต่...โดน...ของ...เกินขนาด...อ่ะ...พี่!!" ปัญจาบกระอักเลือด ยังพยายามพูดกับกฤษนนท์ได้พอเข้าใจ "ร้าย...กาจ...มาก"
"บ้าน่า!!" กรรมการสนามตกตะลึง ทำอะไรไม่ถูก "ทีมสายเอเผยธาตุแท้ออกมาเฉยเลย"
"เห็นรึยังเล่า...โฮ๊วโฮ้วโฮว!!" เมซซี่สาธยายโดยไม่สนถึงความเจ็บปวดของฝ่ายตรงข้าม "พวกของเธอว์มันอ่อนหัดเกินไป!! เอ๋..."
"ปัญจาบลูกขึ้นแล้วครับ ยังอยู่ในสภาพงึกๆ งักๆ อย่างนี้มันต้องถอนแล้ว ส่วนนันทาหลบหลีกหารโจมตีของวิสคอนซิล ซึ่งถือว่าเป็นนักกีฬามวยปล้ำที่มีพลังทำลายล้างรุนแรงมากเสียด้วย ไม่รู้ว่าทีมแบล๊กไนท์คัดสรรนักกีฬามาได้อย่างไรกันแน่เนี้ย"
"ภัณฑเวดา!! ตรีศูล"
"เฮ้ย!! อย่านะ ปัญ..."
"วาบบบบบบ"
"ปริ๊ดดดดดดดด!!"
"กรรมการเป่านกหวีดครับ มีการฝ่าฝืนกติกาห้ามใช้อาวุธในการแข่งขัน นักกีฬาปัญจาบถูกปรับฟาวล์ ถ้าโดนครบสามครั้งเมื่อไร มีสิทธิ์ถูกเชิญออกจากสนามแน่นอน ถึงแม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีนักกีฬาที่เล่นรุนแรงจนปางตายได้ก็ตาม"
"โฮะโฮะโฮะ..." พาติลหัวเราะเยาะ "ก็ดันโง่เองนี่นา"
"บ้าเอ้ย!!" พาติลขุ่นเคือง ตะโกนติเตียนปัญจาบด้วยความไม่พอใจ "ทำอย่างนั้นได้ยังไงกันน่ะห๊าาาา!!"
"ปัญจาบ!!" กฤษนนท์ตะโกนเตือนอะไรสักอย่าง "อย่าเล่นแบบนี้อีกเป็นอันขาดนะเฟ้ย!!"
"แก๊งๆๆ!!"
"เสร็จฉันล่ะ" อรัญจาบบุกเข้าจู่โจมกฤนนท์โดยทันที "อย่างนี้ก็สวยดิฟะ"
"ตุบ...ตุบ...ตุบ"
"ว๊าาาาาาาาาห์!!"
"เฮ้ย!!"
"วูมมมมมมม"
"ปึก!!"
"อ้าาาาา..."
"ว้าว!! กฤษนนท์ดักวิถีการจู่โจมของอรัญจาได้ โดยการหลบหลีกแล้วอาศัยกำลังแขนต้านทานการพุ่งเข้าชน ทำให้อรัญจาล้มคว่ำไม่เป็นท่าครับ กฤษนนท์ทิ้งตัวลงไปทับอรัญจาอย่างหนักหน่วงแล้ว"
"ปึก!!"
"อุก" เสียงกระอักของอรัญจาดังขึ้น แล้วตามมาด้วยคำสบถ "หนอย...แน่...แก!!"
"ปึก!!"
"จะหาทีมแข่งทั้งที ทำไมต้องไปอยู่กับพวกนี้ซะเล่า ห๊าาาา" คำพูดของกฤษนนท์ถามถึงเหตุผลที่อรัญจาเข้าใจง่ายที่สุด
"เจ้า...บ้า...เอ้ย!! อุก!!"
"ปึก"
"อุ้!!"
"เห๊อะ!! ไม่น่ารับเจ้าอรัญจาเข้ามาร่วมทีมเล้ย" เสียงบ่นอุปของเมซซี่ดูน่าหมั่นใส้อย่างยิ่ง "ใช้ไม่ได้"
"กฤษนนท์ไม่ยอมหยุดครับ เล่นงานอรัญจาเรื่อยๆให้อ่อนกำลังลง ส่วนอรัญจาถึงแม้จะตกที่นั่งลำบาก ก็คิดที่จะพยายามดิ้นให้หลุดจนได้ นั่นครับนั่น..."
"บังอาจจะนักนะแก!!"
"เฮ้ย!!"
"พรืดดดดดด"
"อรัญจาหลุดออกมาได้ครับท่านผู้ชม ตัวลื่นอย่างกับปลาไหลเสียจริง อรัญจาจะเล่นงานกลับกฤษนนท์แล้วหรือเนี้ย!!! โอ้มหาเทพ!!"
"ฮว๊าาาากกก!!"
"ครืดดดดด!!"
"ตรีศูล่าาาาาาาาร์"
"ฮว๊าาาาากกก"
"พลั่ก!!"
"ปัญจาบตอนนี้เริ่มจะฮึดแล้ว หลังจากที่ถูกปรับฟาวล์ไปหนึ่งครั้ง เขาก็เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นวิสคอนซิลแทน ส่วนนันทารับหน้าที่เป็นคู่ต่อสู้หิรัญยะแทน"
"คิดดีแล้วเหรอ นายลุตไวด์อุส!!" นันทาตะโกนถาม
"แหงล่ะ" ปัญจาบตะโกนตอบ แต่ไม่ทันระวัง "ฉันไม่ถูกกับมันนี่... อ้าาาา!!"
"ปัญจาบ!! อั่ก!!" นันทาพูดตะโกนด้วยความตกใจ แต่แล้วก็ถูกเล่นงานจนได้
"โครม!!"
"โอววววววว..."
"ฮือฮา..."
"นันทาคุง!!" หริตกตะลึง เมื่อนันทาถูกเล่นงานอย่างรุนแรง
"อะไรกันนี่ นันทาถูกหิรัญยะกระแทกนันทาให้หลุดจากสังเวียน หลังกระแทกกำแพงจนมีรอยร้าวเกิดขึ้น เป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี้ย กรรมการวิ่งมายังจุดเกิดเหตุ นับถอยหลังแล้วครับ เริ่มนับถอยหลังถ้าหากออกนอกสนามแล้วกลับขึ้นสังเวียนไม่ทันสามวินาที จะถือว่านักกีฬาไม่สามารถแข่งได้อีกต่อไป ต้องออกจากการแข่งขันครับ"
"ปฐมะ..."
"อ้าาาา"
"นันทาฟื้นขึ้นมาแล้ว และกระโดดเข้าสู่สนามโดยที่ไม่ระคายเคืองอะไรเลย อึดจริงๆ ครับงานนี้"
"วู้ววววววว วิ้ดวิ้ววววว!!"
"เฮ้ย!! สุดยอดเลยเว้ย... นันทา!!" รัชตะตะโกนเชียร์บนอัฒจรรย์ "คนอะไรฟะนั่น... หรือว่าเทพเจ้าเข้าทรงวะ!!"
"อ๋าาา...โล่งอกไปที" หริถอนหายใจ มือของพาติลจับไหล่ของเธอ บ่งบอกถึงพลังอันน่าทึ่งของนันทายังมีอีกเยอะ
"น่าสนุกดีนี่" เมซซี่เห็นถึงพลังความสามารถของนันทา เอยคำสบถทั้งประโยค "ฉันจะขยี้พวกแกให้แหลกคามือไปเลย!!"
"คราวนี้มาดูทางด้านปัญจาบบ้าง คราวนี้ปัญจาบถูกตะลุมบอนอย่างหนัก ทางด้านกฤษนนท์ก็กำลังเพลี้ยงพล้ำทั้งคู่ ไม่แน่ว่าอาจจะมีนักกีฬาออกจากสนามไปสักคนสองคนก็ได้"
"ควับ!!"
"หมับ!!"
"ย๊าาาาาาาาหหห์"
"พลั่ก!!"
"ตูมมมมมม"
"โอ้...กฤษนนท์บุกหนักจริงๆ ครับ แป๊บเดียวก็ทำให้อรัญจาหมดสภาพอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ กรรมการเริ่มนับหลังจากที่เขานอนทับขาที่ถูกบล๊อกขาเอาไว้แล้ว"
"ปฐมะ"
"ทุติยะ"
"ตะติยะ!!"
"แก๊งๆๆๆ!!"
"โหวววววว"
"วู้วววววว....."
"ฮือฮา"
"อรัญจาไม่สามารถทำการแข่งขันต่อไปได้ ทำให้ทีมแบล๊กไนท์เหลือผู้เล่นสองคนคือ หิรัญยะ และวิสคอนซิล ทีมกัลกีจะสามารถล้มจอมพลังร่างยักษ์ กับนักกีฬาที่ชื่นชอบความรุนแรงเป็นสรณะไหมนะ ต้องลุ้นกันต่อไปล่ะครับ บุรุษพยาบาลพาอรัญจาออกไปจากสนามแข่งขันในสภาพอ่อนเพลียอย่างมากครับผม น่าเสียดายเหลือเกิน"
"ชิ!!" เมซซี่หมดอารมณ์ เมื่อเห็นอรัญจาถูกพยุงตัวไวโดยบุรุษพยาบาลผ่านตัวเธอพอดี "ไม่ได้เรื่องเล้ย..."
"นี่" อรัญจาขยับปากพยายามพูดเป็นครั้งสุดท้าย "เป็น...ความผิด...ของ...เธอ...นั่นแหละ...น่า!!"
"หนวกหูย่ะ!!" เมซซี่อารมณ์ขุ่นมัวกว่าเก่า "ออกไปซะ!! ฉันเลิกจ้างแกแล้ว!!"
"คน...อะไร้!!" อรัญจาติเตียนหล่อน ในเมื่อมันเหลืออดแล้ว "ใช้งาน...ยังกับ...สุกร...กับ...สุนัข...ถุย!!"
"หนอยยยยยยย" อารมณ์ของเมซซี่กำลังจะถึงขีดสุดจนได้
สภาพตอนนี้ไม่ค่อยจะต่างกันเลย ด้านทีมกัลกีมักจะมีทีท่าแย่ลง เพราะปัญจาบถูกปรับฟาวล์เนื่องจากเผลอดึงเอาอาวุธออกมาใช้ แต่ในด้านของทีมแบล๊กไนท์ก็กลับมีเรื่องขัดแย้งกันเอง การแข่งขันครั้งนี้มันไม่ใช่การแข่งขันทั่วไป แต่มันกลายเป็นสงครามมวยปล้ำ ที่ห้ำหั่นด้วยชีวิตของคนเป็นเดิมพัน ภายในสนามกลางแจ้งกลับดูแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าจะมีกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อนดูแลอย่างเข้มงวดทุกซอกทุกตารางนิ้ว ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการเลยสักนิด
"แก๊งๆๆ!!"
"ย๊าาาาาาาห์!!"
"วืมมมมม!!"
"พลัก!!"
"กฤษนนท์กับนันทาช่วยกันบล๊อกขาหิรัญยะ แต่ไม่สำเร็จ เท่ากับว่ามันจะทำให้พวกเขามีโอกาสเสี่ยงที่จะโดนเขี่ยกระเด็นออกนอกสังเวียนนะครับ อ่ะ...อะไรครับ ห่ะ ...เฮ้ย!!"
"กริ๊ด...วิ้ดดดดว้ายยยยย"
"อ้าาาาาากกกก"
"เกิดอะไรขึ้นนี่" พาติลตกใจกับเหตุการณ์สายฟ้าแลบ
"ข้าตรวจจับเวทมนต์ได้แล้ว" เสียงนฤมาณีดังขึ้น "หล่อนใช้เวทมนต์ควบคุมจิตใจพวกกองกำลังทหาร และพยายามจะกดดันพวกเรา!!"
"แย่ล่ะสิ!!" พาติลตกที่นั่งลำบาก "อาวุธครบมือขนาดนี้... คนดูอาจจะโดนเล่นงานไปด้วยแน่ๆ เลย"
"ไม่มีประโยชน์หรอกนะเธอว์" เสียงเมซซี่ประกาศออกไมค์เสียงดังชัดเจน "คนดูในสนามกับกรรมการก็ถูกล้อมไว้หมดแล้วนะ"
"เล่นสกปรกนี่หว่า!!" พาติลโทรจิตเข้าหูของเมซซี่ "แน่จริงอย่าทำแบบนี้สิย๊ะ!!"
"ยัยเมซซี่ตัวแสบนั่น!!" ปัญจาบจ้องมองไปที่ห้องกระจกผู้บรรยายการแข่งขันด้านบน "แย่ยิ่งกว่าโดนกรรมการปรับฟาวล์ฉันอีก"
"ระวังด้วยนะ" กฤษนนท์เตือน "สถานการณ์แบบนี้มันหน้าสิ่วหัวขวานจริงๆ"
"บ้าเอ้ย" จันฑริกบนอัฒจรรย์บ่นอุบ โดยที่ปากกระบอกปืนเวทมนต์ของกองกำลังจ่อหัวเขาอยู่ "ถ้าตะโกนเชียร์เมื่อไร เราพรุนแน่ๆ"
"ใจเย็น เพื่อน" ชยาญทีปลอบใจ และอยู่ในสภาพเหมือนๆ กัน "พวกนั้นต้องทำได้"
"ปรากฏตัวแล้วหรือ!!" เจ้าหน้าที่อาวุโสพูดเรียบๆ ให้กำลังใจพวกเขา ซึ่งไม่ได้ถูกควบคุมจิตใจไปด้วย "สิบตรีกฤษนนท์ กับอาสาสมัคร ช่วยหน่อยนะ..."
"ครืดดดด..."
"พลั่ก!!"
"ย๊าาาาากกก!!"
"ฮว๊าาาาาากก..."
"ตรีศูล่าาาาาาาาาร์"
"รุมเข้าไปเลย!! รุมเข้าไป" เสียงประกาศออกทางลำโพงของเมซซี่ ดูท้าท้ายมากกว่าเก่า "จะเก่งสักแค่ไหนเชียว!!"
"ปึงงงงงง!!"
"อั่ค!!"
"เฮ้ย!! ปัญจาบ!!"
ปัญจาบถูกหิรัญยะซัดอย่างแรง ร่างไถลไปกับพื้นดินแดงจนเห็นฝุ่นตลบทั้งตัว ซึ่งโชกไปด้วยเลือด
"ปัญจาบ!!!!" พาติลทนเห็นความเจ็บปวดของปัญจาบไม่ไหว วิ่งเข้าไปช่วยเขา แต่ถูกกรรมการสนามห้ามเอาไว้ "ปล่อย!! ปล่อยฉัน!!"
"ไม่ได้นะครับ!!" กรรมการเตือนพาติล "พี่เลี้ยงจะเข้าไปตอนนี้ไม่ได้โดยเด็ดขาด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเถอะครับ!!"
"ไม่ได้การล่ะ" หริกำลังทำอะไรสักอย่าง วิ่งออกไปยังห้องควบคุมด้วยความเร็ว "ภัณฑเวดา มีดคู่!!"
"แว้บบบบบ"
"เฮ้!! หริ...หริจัง!! จะไปไหน!!" พาติลตะโกนถาม หริกลับไม่สนใจคำพูดของเธอ
"ตุบ...ตุบ...ตุบ!!"
"ปัญจาบ...ปัญจาบ!!" เสียงอัคราเรียกให้ตื่น "ไหวมั้ยวะ??"
"ไม่...ไม่ไหว...แหล๋ว" ปัญจาบพูดไปได้สักครู่ แล้วก็สลบไป เพราะอาการบาดแผลจากแรงกระแทกกำเริบหนัก
"ฮะฮ่ะฮ่า...เหลือกันแค่สองคนหรือ เจ้านักกีฬางี่เง่าทั้งนั้นเลยนิ" เสียงเมซซี่เกรี้ยวกราดมาก คิดที่จะสั่งให้จัดการรวดเดียวจบเลย "จัดการซะ!! หิรัญยะ วิสคอนซิล!!"
"อ่าอ๊ะะะ!! อั้นเอออะอันอ่างอั้นอั้ยอ้ายยยย!!" เสียงโฆษกดังขั้นข้างๆ เมซซี่ แต่ก็ไม่ทำให้ให้เธอเข้าใจเพราะถูกปิดปาก มัดมือมัดเท้าตรึงกับเก้าอี้ด้วยเวทย์มือผีดิบฝีมือเธอ
"เงียบไปเลยไป รำคาญ!!" เมซซี่หงุดหงิด และพยายามใช้เวทย์ใส่โฆษกเอาไว้ "เพาเวอร์ มายด์ คอนโทรล!!"
"อุก!!"
"วูมมมมมมม!!"
"เฮ้ย!!"
"มาแล้ว"
"พรืดดดดด...!!"
"เดี๋ยวจัดการเอง"
"ห่ะ...นันทา!!"
"อึ้ยยยยยย!!"
"คุชติ พันนิชเชอร์!!"
"พลั่ก!!"
"ตุบ!!"
"บ้าน่า!!" เมซซี่ตะลึงผ่านไมค์ที่เธอถืออยู่ เธอโกรธอย่างมาก "หนอย...พวกมันไม่เล่นงานหิรัญยะ แต่ไปลงที่วิสคอนซิลเฉยเลย... เจ็บใจนัก!!"
"เฮ...เฮ!!"
"วิ้ดดดดดดวิ้วววววว"
"เปรี้ยง!!"
"โอววววว"
"เหวอ"
"ใครบอกให้เชียร์พวกนั้นห๊าาา!! ใครแหกปากเชียร์นิดเดียวละก็ แม่จะยิงให้พรุนเลยคอยดู!!"
"มีคนดูถูกยิงเสียชีวิตไปคนนึง" เสียงอัคราบอกเหตุการณ์ให้นันทาฟัง "ยัยบ้าเอ้ย!! พาติล นฤมาณี หริ จะเป็นยังไงบ้างฟะ..."
"เออ...แล้วปัญจาบล่ะ" นันทาสื่อสารกับจิตใต้สำนึกอัคราของปัญจาบ "นายน่ะหรือที่ทำให้ฉันมีความสามารถเพิ่มเติมขึ้นมา"
"อะ...ไม่เป็นไรหรอกนะ พลังของเขาหมดแค่นั้นเอง" เสียงอัคราพูด "แล้ว...ข้าไม่ได้เป็นคนทำนะเฟ้ย!!"
"พลัก!!"
"อ้าาาาากกก"
"พี่กฤษนนท์!!"
"แย่ล่ะ สิบตรีกฤษนนท์ถูกเจ้ายักษ์ทับเฉยเลย" เจ้าหน้าที่ระดับสูงพูดบรรยายด้วยความรีบร้อน "ถ้าแบบนี้อาจจะเสียชีวิตได้นะท่าน!!"
"อืมมม..." เจ้าหน้าที่อาวุโสได้แต่ขรึมอย่างอย่างนั้น "อย่าลืมเตรียมอนุมัติงบซื่อโลงศพ ของชำร่วย จองศาลาวัดทำพิธีด้วย ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ"
"เอ่ออ..." เจ้าหน้าที่ฯ อึ้งกิมกี่ไปเลย
"ทับมันไปเลย หิรัญยะ น่านแหละ!!"
"ปึก!!"
"ฮว่าาาาาา!!"
"ครืดดด!!"
"พลั่ก!!"
"อ้าาาาาาาาห์!!"
"บ้าน่า!!" เมซซี่เหลืออด เมื่อนันทาขัดขวางหิรัญยะ "เจ้าบ้านั่นอีกแล้วหรือ!! รอดไปได้นะแก"
"พี่กฤษนนท์!!" นันทาเดินมาหา "ไหวไหม!!"
"ไม่...ไหวล่ะ" กฤษนนท์อิดโรย "ลากฉัน...ออกไป...จาก...ไอ้ยักษ์...นี่ที แอ๊ก!!"
"ครับๆ ก็ได้" นันทารับคำสั่ง แล้วพยายามลากตัวกฤษนนท์ออกห่างอย่างเร็วเท่าจะทำได้ "กลัวเสียเวลาไปงานศพพี่อ่ะ"
"อย่าพูด...เป็นลาง...ได้ไหม...ฟะ!!" กฤษนนท์รับมุขนันทาไม่ได้
"หมดสภาพไปกันหมดแล้ว คราวนี้เหลือแค่ตัวต่อตัว หาเรื่องจัดงานศพตัวเองนักนะ!!" เมซซี่สบถใส่นันทาผ่านไมค์ไม่ยั้ง "น้ำหน้าอย่างแกจะล้มพวกข้าได้ไหมล่ะย๊ะ!!"
"ฉันทำได้แน่" นันทาโทรจิตตะคอกใส่หูเมซซี่ "คอยดูละกัน!!"
ท้องฟ้าเหนือสนามแข่งขันมืดครึ้ม มีลมกรรโชกแรง พัดพาเอาเศษใบไม้นอกสนามแข่งขันเข้ามา ฝุ่นดินฟุ้งกระจายตัวจนทำให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ค่อยเป็นใจนัก ท่ามการควบคุมของเมซซี่ ไม่มีใครหน้าไหนขัดขืนการต่อสู้ได้อีกแม้แต่น้อย นั่นคือสิ่งเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในรอบปี เมซซี่จะไม่ยอมให้พวกปัญจาบหนีไปได้ จนกว่าจะสามารถชิงหนังสือต้องสาปนั่นเสียก่อน
"เล่นแบบนี้" นันทาตะโกนแข่งกับเสียงออกไมค์ของเมซซี่ "มันสะใจไม่พอหรือยังไงกันว๊ะ!! ย๊าาาาาาห์!!"
"ฮ๊วาาาาาากกก!!"
"ตึง...ตึง...ตึง!!"
"พลัก!!"
"โครมมมม!!"
"อั่ก!!"
นันทาถูกหิรัญยะอัดเข้าอย่างจัง ตัวลอยไปชนกับกำแพงเหมือนกับปัญจาบ เป็นอันว่าออกจากสนามไปโดยปริยาย
"เอ้ากรรมการขาาาา อย่าลืมนับด้วยนะคร้าาาา" เสียงออกไมค์ของเมซซี่เปลี่ยนไป เหมือนกับว่าสะใจที่เล่นงานพวกของปัญจาบสำเร็จ "เร็วๆ หน่อยยยยย"
"ปฐมะ"
"ว่าไง พาติล..." เสียงเมซซี่ดังขึ้นทั่วสนาม "ยอมรับเสียเถอะ ส่งหนังสือต้องสาปมา อย่ามัวแต่มุดอยู่ในบังเกอร์นักล่ะ!!"
"แก!!" พาติลอารมณ์ฉุ่นเฉียว "ยัยเมซซี่เอ้ย!!"
"อ้าาาาาาา!!"
"ครึกกกกก..."
"ทุติยะ"
"เป็นไปไม่ได้"
"อะไรน่ะ!!" รัชตะอึ้ง "ไม่น่าเชื่อ รุ่นพี่ยังไหวอีกเหรอเนี้ย"
"ใครบอกว่าฉันจะแพ้ล่ะ!!" นันทาลุกขึ้น เดินเข้าสังเวียนโดยไม่ต้องให้กรรมการบอกกล่าว "มาเลย...มาสิ เจ้าพวกแบล๊กไนท์"
"ตะติ..."
"ปัง!!" ประตูห้องโฆษกถูกเหวี่ยงออกอย่างแรง ทำให้เมซซี่ตกใจชั่วขณะ
"ใครย๊ะ!!"
"สโม๊ค เชลล์!!"
"บรึมมมมมม!!"
"ฟูววว...ฟูวววว"
"แคก...แคก...แค๊ก"
"หนอย พวกแก๊!!" เมซซี่อยู่ท่ามกลางดงระเบิดควัน แต่จู่ โฆษกหายไป "ออกมาเดี๋ยวนี้นะ..."
"ฟูลล สตริ๊ฟ บอดี้!!"
"พลั่ก!!"
"กริ๊ดดดดดดด!!"
"เฮ้ย!!" เจ้าหน้าที่ระดับสูงตกตะลึง "เสียงระเบิดควันนั่น..."
"ดี...ดีมาก" เจ้าหน้าที่อาวุโสชื่นชม "นั่นล่ะเป็นฝีมือของอาสาสมัครกองกำลังของเราแน่นอน"
จู่ๆ การบุกเข้าจู่โจมเมซซี่ที่กำลังควบคุมจิตใจกองกำลังนั้น เป็นฝีมือของหริเอง ซึ่งการบุกครั้งนี้ทำให้พลังการควบคุมจิตของหล่อนหายไปเสียเอง ทหารและกองกำลังที่อยู่รายรอบสนามกลับสู่สภาวะปกติ แต่ก็มีเจ้าหน้าที่บางคนที่ไม่รู้ว่าตัวว่ายิงคนดูคนหนึ่งเสียชีวิตไป เป็นความล้มเหลวที่ไม่ได้มีการป้องกันทหารในเรื่องของเวทมนต์อย่างดีนี่เอง
"ครืนนนนนน..."
"ซ่าาาาาา...ซ่า"
ฝนตกลงมาอย่างหนัก การต่อสู้ของชายหนุ่มนักกีฬามวยปล้ำคุชติอย่างนันทา และนักกีฬาจอมพลังร่างยักษ์อย่างหิรัญยะยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งต้องเดิมพันด้วยหนังสือต้องสาปเพียงเล่มนี้เล่มเดียว สนามนั้นจึงกลายเป็นโคลนโสโครกซึ่งไม่ค่อยจะเหมาะสำหรับแข่งขันเอาเสียเลย พวกเขายังไม่พยายามที่จะลดละถอนตัวออกกันทั้งสองฝ่าย ทั้งตัวจึงชุ่มไปด้วยหยดน้ำจากหยาดฝน และไม่มีทางยอมแพ้เช่นกัน
"ย้าาาาาาาวววว์"
"ฮ่วาาาาาาา!!"
"จ๋อม...จ๋อม...จ๋อม!!"
"พรืดดดดด"
"วูมมมม"
"ตูมมมมมมม"
"ไม่ไหว...อั่ก!!" นันทาพึมพำ พร้อมกับต้านทานการโจมตีของหิรัญยะไว้ "สู้กับเจ้าจอมพลังร่างยักษ์นั่นไม่ได้เลย"
"เจ้าต้องทำได้สิ!!" เสียงประหลาดพูดกับเขา "เจ้ามีพลังเกินขีดจำกัดของมนุษย์แล้วนะ!!"
"ใครน่ะ!!" นันทาตะโกนหาต้นเสียง
"เสียงนี่" อัคราฟังเสียงนี้แล้วรู่ว่าเป็นใคร "ท่านจอมเทพนี่นา!!"
"เจ้าอัครา!!" เสียงนั้นดังขึ้น และไปเกี่ยวเนื่องกับอัครา "ยกให้เป็นหน้าที่ของเจ้าก็แล้วกัน"
"อ่า...ครับ" เสียงอัคราตอบโดยไม่กล้าขัดคำสั่งอีก
"ฉันพร้อมแล้ว!!" นันทาลุกขึ้นสู้ ท่ามกลางสายฝนอันบ้าคลั่ง
"ไม่ว่ากันนะ!!" เสียงอัคราดังอยู่ในจิตใต้สำนึกของนันทา หมายความว่าอัคราย้ายตัวเองจากจิตใต้สำนึกของปัญจาบ ไปประจำการในจิตใต้สำนึกของนันทาแล้ว
"ฮว่าาาาาา"
"จุดอ่อนของแก...!!" นันทาไม่รอช้า เริ่มบุกทันที "อยู่ตรงนั้นเอง!!"
"พรึดดดดดดด"
"ปึก!!"
"เฮ๊ออ้าาาาาาาา"
"ตรึมมมมมมมม!!!"
"เฮ....เฮ!!"
"วิ้ดดดดดดวิ้วววววววว!!"
"กัลกี...กัลกี...กัลกี...กัลกี!!"
"เฮ้ยยยยย...นันทา" ชยาญทีตะโกนเชียร์แข่งกับสายฝน "ล้มไอ้ยักษ์นั่นให้ได้นะเว้ยยยยย!!"
"หนอยยยยย" เมซซี่ได้สติ ลุกขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มควันที่ยังหลงเหลืออยู่ภานในห้องโฆษก "แกเป็นใครกันแน่ย๊ะ!!"
"ไม่จำเป็นต้องเดาหรอกนะคะ" หริพูดกับเมซซี่พอประมาณ "จอมโจรคุณธรรมเพื่อคนตกทุกข์ได้ยากต่างหากล่ะ"
"จอมโจรนาซากินี่เอง" เมซซี่พร้อมที่จะสู้ "เข้ามาเล๊อ..."
"เปรี๊ยะ!!"
"ทำไม!!" เมซซี่หมดความมั่นใจเสียแล้ว "เป็นไปไม่ได้!!"
"ข้าทำลายอาวุธชุดเกราะเพื่อไม่ให้เธอใช้ฆ่าคนบริสุทธิ์ไงล่ะ..." หริอธิบายเหตุผลที่เธอใช้ทักษะนั้นให้เมซซี่ฟัง
"หนอยยยยย...บังอ๊าจ บังอาจจจ" เมซซี่เหลืออด ฉวยโอการย้ายมวลสารหนีจากหริ "เทเลพอร์ต!!"
"แย่ล่ะ!! หล่อนหนีไปได้" หริประหลาดใจในความสามารถแฝงของเมซซี่ "เล่นแบบนี้เลยหรือ"
"นันทา...นันทา!!" พาติลพยายามตะโกนให้กำลังใจ โดยที่กรรมการนั้นยังคงกักตัวไว้ไม่ให้ออกไปในสังเวียน "ระวังด้วยนะ..."
"เธอนั่นแหละที่ต้องระวัง!!" เมซซี่เทเลพอร์ตบุกประชิดตัว "ภัณฑเวดา หนังสือต้องสาป"
"วาบบบบบบ"
"เจอจนได้" เมซซี่ใช้เวทย์กระเป๋าดึงมันออกจากพาติล พูดซ้ำเติมพาติลให้มีอารมณ์โกรธ "เวทย์นี้มันก็มีจุดอ่อนเหมือนกันนะ...โฮะโฮะโฮวววว"
"ไหนบอกว่าจะรอให้ฉันแพ้หรือไงกัน!!" พาติลตัดพ้อ แย่งชิงหนังสือจากมือของเมซซี่ "เล่นไม่ซื่อนี่หว่า!! เอาคืนมานะ!!"
"เอามานี่!!" เมซซี่ก็ทำเหมือนกันกับพาติล ยื้อแย่งไปมาเหมือนเด็กแย่งของเล่นไม่มีผิด
"ย้าาาาาาาห์"
"วูมมมมมมมม..."
"จ่อม!!...แจ๋ม!!"
"ว๊าาาาาาากกกกก!!"
"ฮว่าาาาา"
"ฟ้าวววว!!"
"พลัก!!"
"ครืดดดดด!!"
"ฮ้าาาาาาาาววว์!!"
"วู้ววววววว..."
"วิ้ดดดดดวิ้วววววววว"
"นันทา!!" รัชตะตะโกนส่งเสียงเชียร์ "นั่นแหละ...ซัดมันเลย!!"
"ย๊ากกกกกก!!"
"วูมมมมมมมมมม"
"ห่ะ!!"
"ระวัง"
"ตึง!!"
"อ้าาาาาาากกกก!!"
"บ้าน่า!!" ชยาญทีดูเหตุการณ์ในสนาม "ถูกเจ้าหิรัญยะซัดลอยไปแล้ว...เลือดโชกฟกช้ำทั้งตัวด้วย"
"เฮ้ย!!" สายตาจันฑริกจ้องมองวิถีที่นันทาถูกซัด "จะชนกรรมการที่ยืนคุ้มกันอยู่ทางเข้าห้องพักนักกีฬาแน่นอน!!"
"เอามานี่!!"
"ฉันไม่ให้เธอเอาไปใช้ตามใจชอบหรอกนะ..."
"พลั่ก!!"
"อุก!!"
"อ้ากก"
"เหวอออออ"
"ว๊ายยยยย!!"
ร่างของนันทาชนกรรมการที่ยืนเป็นกำแพงแตกกระเจิง แล้วดันไปกระแทกโดนพาติลกับเมซซี่อีกที หนังสือต้องสาปหลุดกระเด็นจากมือพาติลออกไปทางสังเวียนจนได้ หนังสือต้องสาปลอยละลิ่ว กำลังจะไปตกถึงมือหิรัญยะอยู่แล้ว ส่วนนันทาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แม้ว่าจะฟกช้ำมีเลือดโชกทั้งตัวก็ตาม
"นันทา!!" พาติลปลุกให้ได้สติ
"นั่นน่ะเหรอ!!" นันทาลุกขึ้น เขาเห็นวัตถุคล้ายหนังสือนั้นถูกแรงเขวี้ยงจนไปลอยอยู่กลางอากาศ "ได้!!"
"งั้นฉันก็ต้องหยุดไอ้ยักษ์นั้นด้วยสินะ!!" นันทาผนึกพลังเร่งฝีเท้าขึ้นไปรับหนังสือ "ฮว๊าาาาาากกกก!!"
"ตุบ...ตุบ...ตุบ...จ๋อม...จ๋อม...แจ๋ม..."
"หิรัญยะ!!" เมซซี่ตะโกน "เอามันมาให้ได้สิย๊ะ!!"
"ฮูว่าาาาาาาห์!!"
"ตูม...ตูม...ตึง...ตึง...จ๋อม...แจ๋ม...จ๋อม...แจ๋ม!!"
"ควับ!!"
"ฟ้าาาาาาาาวววววว!!"
"ควาาาาาาง..."
"ไม่มีทางหรอกนะย๊ะ!!" เมซซี่เห็นทีท่าว่าหนังสือต้องสาปอยู่ในวิถีของหิรัญยะแน่นอน "ฮะฮะฮ่า"
"แย่ล่ะ!!" นันทากระโดดเอื้อมมือไปคว้าหนังสือ แต่มันไกลมือของเขาอย่างมาก "มันกำลังจะถึงมือเจ้ายักษ์จอมพลังนั่น"
"ตอนนี้ล่ะ!!" เสียงอัคราให้สัญญาณทันที "พูดว่าภัณฑเวดาเลย!!"
"ห๊ะ!!" นันทาได้จังหวะ มือตรงตำแหน่งที่อัครากะเอาไว้ "ภัณฑเวดา!!"
"วาบบบบบบป"
"อะไรกัน!!" เมซซี่คาดเดาผิด หนังสือถูกดึงเข้าร่างนันทา "เป็นไปไม่ได้!!"
"จ๋อม!!" ร่างของนันทาลงพื้น น้ำที่เจิ่งนองกระเด็นออก
"ฮว่าาาาาา"
"เข้ามาเล้ย!!"
"นั่นมัน..." พาติลมองเห็นอะไรบางอย่างรอบตัวนันทา "ออร่าสีแดง กับตัวหนังสือเรืองแสง"
"นันทาได้รับพลังจากหนังสือต้องสาปนั่น" เสียงนฤมาณีอธิบาย "เขากลายเป็นนักสู้ต้องสาปโดยสมบรูณ์แล้ว"
"ตุบ!!"
"พลัก!!"
"อ้าาาาากกกก!!"
"ฮว่า...ฮว่า...ฮว่า"
"ลุกขึ้นเร็ว!!" เสียงอัคราปลุกให้ตื่น "มันจะทับนายแล้วนะเฟ้ย!!"
"เห๊อะ!!"
"ฮว่าาาาาาา!!"
"วูมมมมมมมมม"
"ตึง!!!"
"โอววววว"
"ฮือฮา..."
"นันทา!!" กฤษนนท์ตกใจ เมื่อเห็นหิรัญยะนอนคว่ำต่อหน้าต่อตา เขาคิดว่านันทาถูกทับเรียบร้อย
"ไม่!!" พาติลเอะใจ สังเกตเห็นอะไรบางอย่างบนฟ้า "ดูนั่น!!"
จู่ๆ นันทากระโดดหนีออกมาได้ ตัวค้างอยู่บนอากาศระยะหนึ่ง
"โอกาสดีแล้ว!!" อัคราไม่รอช้า บอกให้ใช้อะไรสักอย่าง "ใช้ท่าไม้ตายเลย!!"
"ท่าไม้ตายอะไรวะ!!" นันทาพูด "บอกซะทีสิ!! จะร่วงแล้วเฟ้ย!!"
"เอ้า!!" อัคราลืมสนิท เลยบอกชื่อท่าไม้ตายมา "แอดว้านซ์ อชูร่า สไตรค์(Advance Asura Strike)ไงเล่า!!"
"หือ...ฮ่วาาาาาาา"
"ว๊าากกกกก!!"
"เฮ้ยๆๆๆ!!"
"ร่วงลงมาแล้ว"
"ฟ้าววววววววว"
"โว้วววววววว"
"วิ้ดดดดดว๊ายยยยย!!"
"แอด...ว้าน...อาชู...ร่า...สไตร์ค!!!"
"ฮว็าาาาาาากกกก!!"
"วาบบบบบบ"
"บรึมมมมมมมมม!!"
สิ่งที่เห็นอยู่ข้างหน้า คือควันสีขาวฟุ้งกระจาย จนไม่สามารถอธิบายได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ทั้งพาติล เมซซี่ กฤษนนท์ ปัญจาบ หริ กรรมการ และผู้ชมภายในสนาม ต่างต้องหยุดการกระทำทุกอย่างทั้งหมด เหมือนกับว่าทุกอย่างนิ่งอยู่กับที่ ในที่สุดกลุ่มควันก็จางลง พบว่าสนามเกิดหลุมขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง แต่ยังมองไม่เห็นใครได้ชัดเจนเลยสักนิด
"โอ้...โอ้มหาเทพ!! เกิดอะไรขึ้นครับ ทุกอย่างสบสนไปหมด ผมเองก็พลาดไปเช่นกัน ดูนั่น!! นันทานอนทับร่างยักษ์ของหิรัญยะได้ และบล๊อกขาเอาไว้ เราจะให้กรรมการเข้าไปนับครับท่านผู้ชม!!"
"ปฐมะ"
"ทุติยะ"
"ตะติยะ!!"
"แก๊งๆๆๆ!!"
"วู้ววววววว..."
"วิ้ดดดดดวิ้วววววว!!"
"เฮ...เฮ!!"
"เฮ้ยยยยยย!!" จันฑริกตะโกนเชียร์เหมือนเดิม "สุดยอดดดดเลยเว้ยยยยย...นันทา!!"
"กระโดดลอยขึ้นไปในอากาศได้ยังไงวะ" รัชตะพูดด้วยความสงสัย "องค์ลงแหงๆ"
"หึยยยยย!!" เมซซี่โกรธจัดหัวฟัดหัวเหวี่ยงแล้ว
"จะไปไหนล่ะ คุณเจ็นโทน่า" พาติลเสนอหน้ามาพูดอย่างสบายๆ
"ฝากไว้ก่อนเถอะ!!" เมซซี่คิดจะหนีไปโดยไม่สนใจอะไรเลย "ฉันต้องเอาหนังสือของพวกแกมาให้ได้"
"วูมมมมมม"
"เฮ๊อะ!!" พาติลบ่นอุป "เทเลพอร์ตอีกแล้ว"
"พาติล!!" หริวิ่งกลับมาหน้าตาตื่น "ร่างของหิรัญญะหายไปด้วย ตรงนี้เป็นไงบ้าง??"
"เมซซี่หนีไปได้" พาติลบอกเหตุการณ์ให้หริฟัง "พวกเขาไม่ได้หนังสือต้องสาปไป"
"เฮ้อววว..." พาติลกับหริถอนหายใจพร้อมกัน
"ครับ การแข่งขันค่อนข้างรุนแรงเหลือเกิน โชคดีที่สิ้นสุดลงได้ โดยกรรมการได้หลักฐานบันทึกการแข่งขันบางส่วน และลงความเห็นว่าสายเอนั้นพยายามเล่นรุนแรงจนเป็นสาเหตุให้การแข่งขันนี้เกิดปัญหาขึ้น โดยปรับให้ทีมแบล๊กไนท์เป็นฝ่ายแพ้ไปครับ เอ่อ...ขอเชิญทีมหนุมาน ถ้าได้ยินแล้วช่วยลงมายังสังเวียนด้วยครับ"
"หือ..." ชยาญทีแปลกใจ "มันอะไรกันเนี้ย อยู่ๆ ถูกเชิญให้ลงมาที่สนามเฉยเลย"
"ลงไปเถอะน่า!!" จันฑริกลุกขึ้น พยายามพารัชตะลงไปด้วย "เผื่อมีอะไรเพิ่มเติมจากนี้นะ"
"เหวออออ..." รัชตะถูกจันฑริกดึงเตี่ยวแล้วลากออกจากเก้าอิ้อัฒจรรย์จนได้ "เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อนสิ เดี๋ยวผ้าเตี่ยวฉันจะหลุดน๊ะ!!"
"เอาล่ะครับ กรรมการสนามได้ปรับพื้นที่สนามให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว รู้สึกว่าฝนจะหยุดตก และฟ้าก็เปิดนะครับ เราได้ทีมที่ชนะเลิศในการแข่งขันมวยปล้ำคุชติประจำปีครั้งที่สิบ และตอนนี้ผมได้ลงมาอยู่ในสนามพร้อมกับคณะกรรมการ และทีมที่ชนะการแข่งขันด้วย ขอแสดงความยินดีกับทีมกัลกีครับ!!"
"เฮ...เฮ"
"วิ้ดดดดวิ้วววว!!"
"ลำดับต่อไป ขอเชิญท่านที่ปรึกษาการแข่งขัน ขึ้นมารับมอบถ้วยเกียรติยศ และเงินรางวัลให้กับทีมกัลกีครับ"
"ขอแสดงความยินดีด้วย" ที่ปรึกษาฯ กล่าวแก่กฤษนนท์ มอบถ้วยเกียรติยศและเงินรางวัล พร้อมกับจับมือแสดงความยินดี
"ขอบคุณครับ" กฤษนนท์ตอบรับ "ปัญจาบ ถือให้ทีนะ"
"ครับ" ปัญจาบรับช่วงต่อ "หนักจริงๆ"
"โอ้...ถ้วยเกียรติยศจริงๆ ด้วย" เสียงอัคราดีใจอย่างมาก "ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ข้าได้สัมผัสมันเลยนะ"
"ขอบคุณมากนะอัครา" นันทาพูดคุยกับอัคราที่กลับมาอยู่ในจิตใต้สำนึกของปัญจาบเรียบร้อยแล้ว "รู้แล้วล่ะว่า หนังสือต้องสาป มันเป็นแบบนี้นี่เอง"
"เออ" เสียงอัคราตอบ "มีเอ็งคนเดียวที่สามารถรับรู้พลังเวทมนต์เร็วใช้ได้นิ"
"ตามมาด้วยรางวัลรองชนะเสิศ ซึ่งมีทีมหนุมานเท่านั้นที่ไม่ได้ถอนตัวออกจากการแข่งขันเหมือนกัน ยินดีด้วยครับ"
"เฮ...เฮ"
"วู้ววววววววว!!"
"โอ้ว...พวกเธอก็สุดยอดเหมือนกันเลย ยินดีด้วยนะ" ที่ปรึกษาฯ รับมอบเหรียญรางวัลโดยการคล้องคอให้ครบทุกๆ คน
"ขอบคุณมากครับผม" ชยาญทีตอบรับเหมือนกัน
"ดีใจมั้ยพวกเรา!!" จันฑริกแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าทีมของเขาได้รางวัลรองชนะเลิศด้วย
"ดีสิ!!" รัชตะและชยาญทีอุทานพร้อมกัน แล้วปล่อยให้รัชตะพูดต่อ "ก็พวกเราเก่งไม่น้อยหน้ารุ่นพี่นี่นา"
"ครับ พิธีมอบรางวัลก็สิ้นสุดลงแล้วครับ ขอเสียงเชียร์หรือเสียงปรับมือให้กับทั้งสองทีมด้วยนะคร้าบบบบ"
"เย้...เย"
"วิ้ดดดดดดวิ้ววววววว"
"วู้ววววววววว!!"
"สิบตรีกฤษนนท์!!" เสียงเจ้าหน้าที่อาวุโสเรียกเขา
"ครับ" กฤษนนท์หันหน้ามาเจอโดยบังเอิญ และอยู่ในกลุ่มของปัญจาบด้วย "ท่านเองหรอกหรือ"
"ถูกต้อง..." เจ้าหน้าที่อาวุโสกล่าวต่อไปเรื่อยๆ "เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะเลยนะ"
"ครับ" กฤษนนท์รับคำสั่ง "ผมยอมรับข้อเสนอ ผมรู้ดีว่าผมทำอะไรลงไปบ้าง"
"อืม..."
"นี่...พวกเธอทั้งสี่คนน่ะ" กฤษนนท์บอกนัดหมายอะไรสักอย่าง "กลับไปรอกันก่อนก็ได้นะ ตรงนี้ยังมีธุระอีกยาวเลย"
"อ๋อ...ครับๆ" ปัญจาบทราบแล้ว "ไปกันเถอะ"
"เออ" นันทาตอบ
"พวกเขานั่นเป็นอาสาสมัครใช่ไหม" เจ้าหน้าที่อาวุโสถามถึงพวกของปัญจาบนั้น
"อ่า..." กฤษนนท์พูดด้วยความตื่นเต้น "ครับ"
"ก็แค่นี้เอง" เจ้าหน้าที่อาวุโสกล่าวแก่กฤษนนท์ "แต่พวกเขาก็ช่วยให้งานของคุณเองง่ายขึ้น ช่วยหยุดยั้งการเกิดเหตุก่อการร้ายได้ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่สามารถยื้อชีวิตคนคนหนึ่งในสถานการณ์ที่ผ่านมานี้ได้ก็ตาม"
"แต่ว่า..." กฤษนนท์ตัดพ้อ
"จริงอยู่...กองกำลังกัลกียังไม่มีความสามารถในการป้องการเวทมนต์ควบคุมจิตใจได้" เจ้าหน้าที่อาวุโสเกริ่นไปเรื่อยๆ พอให้กฤษนนท์รับได้ "ซึ่งถือว่าเป็นจุดอ่อนของเรา การต่อสู้ของคุณก็ถือว่าเอาชีวิตเข้าแลกกับความยุติธรรมที่ขาดหายไป เชื่อว่าคุณเองยังคงต้องพัฒนาอีกมากเพื่อทำงานเชิงรุก ให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยมากที่สุด เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน..."
"ยังไงครับท่าน??" กฤษนนท์ถามด้วยความสงสัย
"เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานที่สูงขึ้น ก็จะขอเลื่อนยศจากสิบตรีให้เป็นร้อยตรีให้เลยนะ"
"จริงเหรอครับ!!" กฤษนนท์ดีใจอย่างมาก หลังจากที่ประหม่ากับคำพูดของเจ้าหน้าที่อาวุโสมานาน "ผมพร้อมรับตำแหน่งครับผม"
"ดี!!" เจ้าหน้าที่อาวุโสกล่าวเป็นครั้งสุดท้าย "ขอให้ปฏิบัติงานอย่างสุดความสามารถก็แล้วกัน หวังว่ากลับไปก็จะสามารถเรียนรู้อะไรได้อีกเยอะ"
**************
"ตกลงพี่กฤษนนท์เป็นเจ้าหน้ากองกำลังกัลกีเหรอครับ" ปัญจาบถาม ในขณะที่พาติลกับหริเบียดเสียดอยู่เบาะหลังรถกระบะของกฤษนนท์ เบาะหน้าด้านซ้ายกลายเป้นที่กว้างสบายของนันทาไปแล้ว
"ถูกต้อง" กฤษนนท์ตอบตามความเป็นจริง "ขอโทษด้วยนะที่ปิดเป็นความลับมานาน"
"ครับผม" ปัญจาบหายสงสัย แต่มันยังไม่จบเพียงแค่นี้ "เราก็สงสัยว่าเพื่อนพี่ทำไมถึงพูดเรื่องเกี่ยวกับทหารอะไรนั่นน่ะครับ"
"ปัญจาบ...ขยับหน่อยได้ไหมเนี้ย" พาติลดูอึดอัดเพราะพื้นที่โดยสารไม่เพียงพอ นั่งไม่สบายเอาซะเลย "กินพื้นที่ไปเยอะนะนายน่ะ"
"กำลังขยับอยู่น่า!!" ปัญจาบเออออ พยายามอย่างถึงที่สุด
วันนี้ปัญจาบกลับมาอยู่ในชุดจอมยุทธ์ภารตะอีกครั้ง ส่วนนันทานุ่งโธตีตัวเดียวเหมือนเดิม ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมตามปกติ รถสกู๊ตเตอร์ของปัญจาบถูกยกขึ้นไปไว้ท้ายรถกระบะ เตรียมออกเดินทางไปยังสถานีรถไฟประจำเมืองเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป พร้อมกับพาติล หริ และนันทา
"พี่กฤษนนท์ครับ" ปัญจาบถาม
"ว่าไงหรือ" กฤษนนท์พร้อมรับคำถาม ในขณะที่เขากำลังจะติดเครื่องยนต์
"อยากให้ดูอะไรนี่หน่อยครับ" ปัญจาบหยิบบัตรพลาสติกสี่ใบขึ้นมาให้กฤษนนท์ดูอย่างละเอียด
"อืม..." กฤษนนท์พิจารณาบัตรพลาสติกที่ปัญจาบให้ดู "เป็นบัตรแทนสมาชิกอาสาสมัครกองกำลังกัลกี คงจะต้องไปยื่นสมัครกันที่เมืองหลวงนะ"
"ครับ..." ปัญจาบพูด "พวกผมคงต้องเดินทางไปหาปริศนาของหนังสือต้องสาปกันแล้วล่ะครับ"
"อ๋อๆๆ" กฤษนนท์เข้าใจทุกอย่างแล้ว "ก็ได้ๆ จะบอกให้ก็ได้นะ ทางข้างหน้าค่อนข้างไกลอย่างมาก กว่าจะไปถึงเมืองหลวงโดยใช้ทางถนนทางเกวียน ก็กินเวลามากกว่าทางรถไฟโขเลย ถ้าไม่ขัดข้องนักเดี๋ยวจะไปส่งขึ้นรถไฟเลยดีไหม"
"อ่า...ได้ครับผม"
"ถ้าอย่างนั้นพวกเธอออกตั๋วกันเองละกันนะ"
"ห๋าาาาาาา!!" พวกปัญจาบอุทานพร้อมๆ กัน ในขณะที่รถกระบะของกฤษนนท์ออกเดินทางไปเรื่อยๆ จนถึงสถานีรถไฟระหว่างเมืองในไม่กี่กิโลเมตรข้างหน้า
**************

